วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

เสือโคร่ง สัตว์ใกล้สูญพันธ์


ในอดีตเคยมีเสือโคร่งอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากยังมีป่าไม้และทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ อันเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ที่เป็นอาหารของเสือโคร่งเสือโคร่งในธรรมชาติของประเทศไทยมีประมาณ 200-250 ตัว เสื้อโครงต้องการอาหารประมาณ วันละ 5-6 กิโลกรัม



เสือโคร่งจะทิ้งรอยข่วนตามต้นไม้เพื่อประกาศอาณาเขตของตน


และอีกวิธีหนึ่งคือ การปล่อยปัสสาวะไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่นพุ่มไม้ โคนไม้ หรือก้อนหิน เมื่อเสือโคร่งตัวอื่นมาได้กลิ่นนี้ จะทราบได้ว่าเจ้าของพื้นที่เป็นเพศใด และพร้อมที่จะสืบพันธุ์แล้วหรือไม่ 


กลิ่นของปัสสาวะนี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก ดังนั้นเจ้าของพื้นที่จะต้องมั่นแวะเวียนตรวจตราพื้นที่และเติมกลิ่นของตน เองอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากกลิ่นหายไปแล้ว เสือโคร่งตัวอื่นอาจถือว่าเป็นพื้นที่ไม่มีเจ้าของและยึดพื้นที่ไปได้




เสือโคร่งต่างจากสัตว์ในตระกูลแมวหลายชนิด เสือโคร่งไม่กลัวน้ำซ้ำยังชอบน้ำมาก




ในช่วงกลางวันของฤดูร้อนมันมักลงไปนอนแช่น้ำในทะเลสาบหรือบึง 




มีบันทึกการเห็นเสือโคร่งว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลอยู่บ่อยครั้ง เคยมีรายงาน ว่าเสือโคร่งที่อาศัยอยู่ในเกาะช้างว่ายน้ำข้ามไปจังหวัดตราด ซึ่งมีระยะห่างประมาณ 17 กิโลเมตรเป็นประจำ




เสือโคร่งในธรรมชาติจะอายุเฉลี่ยประมาณ 10 ปี เสือโคร่งในประเทศไทยส่วนใหญ่ตายด้วยโลกพยาธิและโรคติดเชื้อ



ในช่วงผสมพันธ์เสือเพศผู้และเพศเมียจะอยู่รวมกันประมาณ 4-5 วัน และอาจผสมพันธ์กันทุก ๆ 15-20 นาที



ความเชื่อที่ว่าอวัยวะของเสือโคร่ง เช่น อวัยวะเพศผู้ หรือเสริมสร้างสมรรถนะทางเพศ จากความเชื่อที่ผิดนี้เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เสือโคร่งถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จากธรรมชาติ


เสือโคร่งจัดว่าเป็นสัตว์อารมณ์ดี ไม่ฉุนเฉียวง่าย แม้ยามที่ถูกบุกรุกมันจะส่งเสียงคำรามเตือนก่อน เสือที่ทำร้ายมนุษย์ส่วนใหญ่เป็นเพราะ อายุมาก บาดเจ็บ และไม่สามารถล่าเหยื่อตามธรรมชาติได้จึงมาล่ามนุษย์แทน


วีธีหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายจากเสือของคนในบริเวณนี้คือการสวมหน้ากากคนไว้ที่ด้านหลังของศรีษะ วิธีนี้สามารถลวงเสือไม่ให้เข้าทำร้ายได้ดีพอสมควร เพราะตามปรกติเสือโคร่งมักจะจู่โจมจากด้านหลัง



วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ความกตัญญู สิ่งสูงค่า



ความกตัญญู คือ ความรู้คุณ หมายถึงความเป็นผู้มีใจกระจ่าง มีสติ มีปัญญาบริบูรณ์รู้อุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน ผู้ใดก็ตามที่ทำคุณแก่ตนแล้ว ไม่ว่าจะมากก็ตาม น้อยก็ตามแล้วก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความซาบซึ้งไม่ลืมเลย


นิทานเรื่องหนึ่ง แสดงถึงความกตัญญูไว้ดังนี้


มีเด็กคนหนึ่ง (เป็นชาวจีน) ไม่มีพ่อมีแต่แม่


เวลาเด็กคนนี้ถูกแม่ตีสั่งสอน ก็ยิ้มทุกครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่เด็กคนนี้ไม่ยิ้ม


และทุกครั้งที่ถูกแม่ตัวเองตี ก็จะนั่งหมอบให้แม่ตีทุกครั้งไป ไม่ว่าแม่จะตีด้วยอะไรมือ ไม้ หรือหวาย


นานแล้วแม่ไม่ได้ตี เด็กคนนี้เติบใหญ่


ครั้งนึง เด็กออกไปเรียน แล้วเผลอถูกเพื่อนชวนไปเที่ยว ทำให้กลับบ้านช้า


พอกลับมาแม่ก็โกรธ บอกว่ามัวแต่เถลไถล เลิกเรียนแล้วก็น่าจะกลับบ้านทันที


แม่ก็เอาไม้มาตี แต่อนิจจา แม่ไม่มีแรงถือไม้แล้ว เด็กคนนี้น้ำตาซึม


แม่ก็เอามือเปล่าๆมาตีแทน เด็กคนนี้ก็ร้องไห้โฮ แล้วทรุดลงไปยิ่งกว่าที่เคยหมอบในอดีตอีก


แม่สงสัยว่าตอนเด็กๆโดนตีก็ยิ้มทุกวัน ทำไมวันนี้ร้องไห้ใหญ่เลย


แม่ถามว่า "แม่ตีแรงใช่ไหม? แม่ขอโทษนะ"


เด็ก บอกว่า "ไม่ใช่หรอกครับ เพราะแม่นั้นอ่อนแอลง แก่ไปมากแล้ว เมื่อก่อนแม่เคยตีผมแรงๆได้ แสดงว่าแม่แข็งแรง ตอนนี้แม่แก่แล้ว ผมรู้สึกเศร้าใจ เพราะเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้วที่ผมจะได้อยู่กับแม่"


แม่เด็กคนนั้น ก็ถึงกับทรุด ไม่นึกเลยว่าลูกตัวเองจะเป็นเด็กที่มีความคิดประเสริฐเช่นนี้



กตัญญู เป็นธรรมอันเป็นมงคลที่ 25 ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้โดยเน้นให้นำไปพัฒนาคุณสมบัติของคนดี แปลตามตัวหนังสือคือผู้รู้ว่า คนอื่นทำความความดีอะไรไว้แก่ตนบ้าง เอาความหมายสั้นๆ ว่า "ผู้รู้คุณคน"
การรู้บุญคุณคนหรือรู้อุปการคุณที่ผู้อื่นทำให้ตนเองนับถือเป็นหลักแห่งความยุติธรรมและความเป็นธรรมอย่างหนึ่งในสังคมมนุษย์ เพราะเป็นการสอดคล้องกับหลักคำสอนว่า การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้
มีคนทำดีให้กับเราแล้ว และเราได้รับผลประโยชน์จากการทำดีของเขา เป็นต้นว่า ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุข แต่เรารับรู้แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ตน ไม่รับรู้คุณความดีของเขา ย่อมถือได้ว่าไม่ยุติธรรมต่อกัน


คนไม่รู้จักคุณคน คนที่เนรคุณนั้นเป็นคนไร้ค่ามีจิตใจกระด้างดังเนื้อหิน เขาจะกรุณาคนอื่นได้อย่างไรในเมื่อคนที่มีบุญคุณต่อเขา ยังทำให้เขาสำนึกไม่ได้

อยากประสบความสำเร็จต้องกตัญญู ผู้ที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ จะมีความเจริญรุ่งเรืองประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนผู้ที่เนรคุณนั้นจะประสบความวิบัติเป็นที่รังเกียจในสังคม

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

ตื่นตา ตื่นใจกับ Cosplay





Cosplay มาจากการนำคำสองคำมาผสมกัน คือ Costume(เครื่องแต่งกาย) กับ Play(เล่น) แปลว่า การแต่งกายเลียนแบบ เป็นการแสดงถึงความชอบส่วนตัวของกลุ่มบุคคล ต่อตัวละครจากการ์ตูนหรือเกมส์  

การคอสเพลนั้นถือเป็นงานอดิเรกแบบหนึ่ง คนที่แต่งคอสเพลย์จะแสดงเลียนแบบตัวละครที่ตัวเองชอบ เพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ดู ถือว่าเป็นงานที่มีคุณค่าทางจิตใจของผู้นิยมคอสเพล 

มาดูว่าคนที่เค้ามีงานอดิเรกด้วยการแต่งคอสเพลย์นั้น เค้าสนุกกับกิจกรรมของเค้าแค่ไหน


จากเรื่อง วันพีซ การ์ตูนแนวผจญภัย















วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

แบบบ้านสวย ๆ แจกฟรี

“บ้าน คือ วิมานของเรา” วลียอดฮิตซึ่งยังไม่ล้าสมัย 
บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ข้อที่อยู่อาศัย หลายคนอยากฝันอยากมีบ้านสักหลังไว้พักผ่อนหลังจากกลับจากการทำงานที่แสนเหนื่อย แต่ต้องสดุดตรงที่ราคาบ้าน ที่แพงเกินฝัน เพราะเงินเดือนและค่าครองชีพปัจจุบันยังเป็นสิ่งที่ทำให้คิดหนัก 

ใครยังไม่พร้อมจะซื้อบ้านก็ไม่เป็นไร เพราะวันนีเราได้นำโครงการต่าง ๆ ที่แจกแบบบ้านฟรี เพื่อให้ทุกคนนำไปปลูกบนที่ดินของตัวเองมาฝาก ใครที่ยังไม่มีที่ดินจะดูแบบบ้านไปพลาง ๆ เตรียมไว้ก่อนก็ได้




วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ทำอย่างไร เปลี่ยนความชอบให้เป็นเงิน


ใครมีงานอดิเรก สิ่งที่ตัวเองรัก มาปรับเปลี่ยนความชอบของเราให้เป็นเงินดีกว่า เผื่อในอนาคตอาจเป็นเศรษฐีร้อยล้านล้านจากงานอดิเรก
1.เลือกทำสิ่งที่คุณรัก
ต้องเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข ลองแบ่งเวลา หาสิ่งที่คุณชอบทำในเวลาว่าง หลังเลิกงานหรือเลิกเรียน เวลาที่คุณได้ทำสิ่งที่คุณรักมันจะทำให้คุณอยู่กับมันได้ครั้งละนาน และ งานอดิเรกที่คุณชอบ อาจจะกลายเป็นแหล่งสร้างเงินก็เป็นได้ เช่น ชอบทำกับข้าว ชอบทานกาแฟ หรือมือฝีมือในการทำงานประดิษฐ์ต่าง ๆ นำมันออกมาลองขายดู


2.คิดต่อยอด
เมื่องานอดิเรก สามารถสร้างรายได้ให้กับคุณแล้ว ลองหาวิธีที่จะพัฒนามัน ลองเดินออกนอกกรอบ


3.รู้จักตลาดการค้าขาย
ลองมองว่าโอกาสทางการตลาด โอกาสค้าขาย มีมากน้อยแค่ไหน ธุรกิจคุณสามารถขยายไปได้หรือไม่


4.พัฒนาทักษะ
พัฒนาทักษะอยู่เรื่อยๆ ไม่ปล่อยประละเลยในสิ่งที่ทำ เมื่อทำแล้วลองทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะทักษะที่มีอาจจะใช้ได้ในอนาคต

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

SideCars รถจักรยานยนต์พวงข้างแบบโบราณ

“เมื่อเวลาผ่านไป ภาพเก่า ๆจะทำให้เราหวนนึกถึงบางสิ่ง” ภาพเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นภาพธรรมดา บนท้องถนนของสหราชอาณาจักร เป็นภาพรถ Side Cars หรือ จักรยานยนต์พวงข้างแบบโบราณ ของ Watsonian บางคันเคยได้รับความนิยมมาก ค่อนข้างหายากแล้วในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือ ภาพที่ได้มาจากหลากหลายแหล่งที่ม่รวบรวมเพื่อเอามาให้ทุกคน เพื่อระลึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ แบบคลาสสิกในอดีต




1. ภาพถ่ายคู่รถจักรยานยนต์ และ รถจักรยานยนต์พวงข้าง






2. ภาพรถจักรยานยนต์พวงข้าง แบบ Panther สองคัน







3. ภาพรถจักรยานยนต์ Pre-War และ sidecars พวงข้างสองคัน




4. ภาพรถจักรยานยนต์พวงข้าง ใน 1937


5. ภาพปี 1930 รถจักรยานยนต์พวงข้าง BSA


6. ภาพตั้งแคมป์ ในปี 1938


7. ภาพ นอร์ตัน และ รถจักรยานยนต์พวงข้าง Astral


8. รถจักรยานยนต์พวงข้าง อินเดียสีแดง



9. ภาพรวม รถจักรยานยนต์พวงข้าง ใน Suffolk


10. ภาพรถจักรยานยนต์วินเทจพวงข้าง ปี 1923



11. ภาพรถจักรยานยนต์พวงข้างนอร์ตัน


12. ภาพรถจักรยานยนต์พวงข้่าง บีเอสเอ


13.ภาพ trialling ใน ช่วงปี ค.ศ. 1920หรือ ปี 1930



14. ภาพรถจักรยานยนต์พวงข้าง ปี 1913 แบรดบูรี่


ที่มาจาก เว็บ http://www.oldclassiccar.co.uk

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

บทสัมภาษณ์ เมื่อน้องกันตะเล่นเทควันโด้


วันนี้เราจะไปคุยกับ น้องกันตะ เด็กที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยเล่นกีฬาเทควันโดศิลปะการต่อสู้ของประเทศเกาหลี


ผู้สัมภาษณ์ : สวัสดีครับ


น้องกันตะ : สวัสดีครับ


ผู้สัมภาษณ์ : แนะนำตัวสักหน่อยสิ


น้องกันตะ : ยิ้ม


ผู้สัมภาษณ์ : ยิ้มทำไมครับ ให้แนะนำตัวแล้วเื่อง ก็แนะนำตัวสิครับ


น้องกันตะ : ชื่อ เด็กชายศิลา กาละดี ชื่อเล่น ชื่อน้อง กันตะ เรียนอยู่โรงเรียนพิชัยพัฒนา ชั้นประถม 4


ผู้สัมภาษณ์ : ชื่อเล่น แปลว่า อะไรครับ


น้องกันตะ : ไม่รู้ มันจำเป็นมากเหรอครับ


ผู้สัมภาษณ์ : อ้อ ไม่ครับ ถามต่อเลยดีกว่า


ผู้สัมภาษณ์ : ตัวดูอวบอวบนะ กินเก่งละสิ


น้องกันตะ :ใช่ครับ เป็นคนกินง่าย


ผู้สัมภาษณ์ : เรียนเก่งมั้ยครับ


น้องกันตะ :ปกติครับ ปานกลาง


ผู้สัมภาษณ์ : ทำไมถึงมาเรียน เทควันโด ได้ครับ


น้องกันตะ : กันตะเป็นเด็กชอบเล่นเกมส์ เลิกเรียนกลับมาก็เล่นเกมส์ วันนั้นกำลังเล่นเกมส์อยู่ ลุงก็เข้ามาบอกว่าจะพาไปให้เรียนเทควันโด


ผู้สัมภาษณ์ : แล้วรู้มั้ยครับว่ามันคืออะไร


น้องกันตะ : ตอนแรกพอลุงบอกจะพาไปเรียนเทควันโด ยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร วันต่อมา ลุงก็พาไปพร้อมกับลูกของลุง ที่ ศูนย์เยาวชนสะพานสูงครับ มีคนเรียนกีฬาหลายอย่าง มีคนมาสมัครเล่นกีฬากับศูนย์ฯ เยอะแยะ แล้วลุงก็พาไปสมัคร คนที่รับสมัครตอนนั้นไม่อยู่ แต่ครูฝึกบอกให้มาลองเล่นก่อน


ผู้สัมภาษณ์ : ลองเล่นแล้วเป็นไงครับ


น้องกันตะ : รู้สึกสนุก จากนั้นก็สมัครเป็นสมาชิกศูนย์ฯ โดยเลือกลงเรียนเทควันโด้ เป็นสายขาว เข้่าซ้อมคู่กับเพื่อนทุกวัน แล้วครูให้ฝึก เพื่อไปสอบสายเหลือง ตั้งแต่เริ่มเรียนใช้เวลาสองเดือนก็สอบสายเหลือง 1 ผ่าน


ผู้สัมภาษณ์ : สอบครั้งเดียวผ่านเลยรึครับ


น้องกันตะ :  ครับ แล้วก็เรียนต่ออีกประมาณเดือนก็สอบได้สายเหลือง 2 จากนั้นครูก็มาบอกกับแม่ว่า กันตะเตะแรงดี ให้ไปลองทดสอบเป็นนักกีฬาที่ศูนย์เยาวชนคลองกุ่ม


ผู้สัมภาษณ์ : ไปทันทีเลยงั้นสิ


น้องกันตะ : แม่ก็พาไปดูสถานที่ก่อน วันแรกครูฝึกเค้าก็ให้ดูรุ่นพี่เตะก่อน วันต่อมาก็ได้จับคู่เตะกับรุ่นพี่


ผู้สัมภาษณ์ : แล้วผลเป็นยังไงครับ


น้องกันตะ : ก็เตะ ได้เลย รู้สึกดีที่เตะเค้าได้ แต่พอวันที่สองก็โดนเค้าเล็งเตะที่หน้า โดนตา


ผู้สัมภาษณ์ : ตาบอดเลยรึเปล่า


น้องกันตะ : ไม่บอดครับ แต่ร้องไห้เลยครับ แม่เรียกมาดู แล้วให้ไปแข่งต่อ บอกว่าไม่เป็นไรไม่เจ็บ แล้วให้ไปแข่งต่อ


ผู้สัมภาษณ์ : แม่ไม่ได้โดนเตะตาเอง รู้ได้ยังไงว่าไม่เจ็บครับ


น้องกันตะ : ไม่รู้ครับ แต่พอออกมาให้แม่ดู ก็เจ็บน้อยลง


ผู้สัมภาษณ์ : แล้วเป็นยังไงต่อครับ


น้องกันตะ : จากนั้นก็ได้จับคู่เตะเรื่อยมา ครูฝึกเห็นว่าเตะแรง ก็เลยถามแม่ว่าจะให้ไปเป็นนักกีฬาเลยมั้ย แม่ก็มาถามกันตะ กันตะก็บอกว่าอยากเป็น แล้วครูฝึกก็พาไปดูการแข่งที่สนาม ให้ไปเชียร์ุ่รุ่นพี่ที่แข่ง
ผู้สัมภาษณ์ : นานมั้ยถึงได้ลงแข่


น้องกันตะ : หลักจากที่เป็นนักก็ฬาได้สองเดือน ก็ได้ลงสนามครั้งแรก รายการ ”ดาวรุ่ง มุ่งสู่ฝัน” ชิงถ้วยรางวัล ของบิ๊กหอย (ท่านวนัสธนา  สัจจกุล ) ที่โรงยิมเนเซี่ยมพลศึกษา 50 ปี โรงเรียนพรตพิทยพยัต
ผลการแข่ง คือได้เหรียญเงิน


ผู้สัมภาษณ์ : แล้วรู้รึเปล่าครับว่าบิ๊กหอยเป็นใค


น้องกันตะ : ตอนนั้นไม่รู้ว่าบิ๊กหอยเป็นใคร คิดว่าเป็นคนใส่ชุดหอยมาแจกถ้วยรางวัล


ครั้งที่สอง รายการตั้ง ฮั่ว เส็ง เทควันโด้ ต้านภัยยาเสพติดครั้งที่ 1 ชิงถ้วยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ที่ห้างสรรพสินค้า ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1
จากนั้นก็ไป แข่งรายการ “DMG TAEKWONDO FRIENDSHIP ครั้งที่ 5” ประเภทต่อสู้ทีม  ที่อาคารกีฬา โรงเรียนรัตนโกสินทร์ 9 บางพลี ได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง


ผู้สัมภาษณ์ : กีฬาเทควันโด้มีข้อเสียไหม


น้องกันตะ : มีข้อเสียตรงต้องระวังอาการบาดเจ็บต่าง ๆ


ผู้สัมภาษณ์ : หลังจากมาเล่นเทควันโด้แล้วเลิกเล่นเกมส์ไปเลยรึเปล่า


น้องกันตะ : ไม่ครับยังเล่นอยู่ แต่ควบคุมการเล่นได้ เล่นเป็นเวลามากขึ้น


ผู้สัมภาษณ์ : แล้วตั้งความหวังเกี่ยวกับเทควันโดไว้ยังไง


น้องกันตะ : อยากไปให้ถึงทีมชาติ ได้ไปแข่งต่างประเทศ อยากมีประสบการณ์


ผู้สัมภาษณ์ : อยากฝากอะไรถึงคนที่ยังไม่เล่นแล้วอยากเล่นอยากเล่นเทควันโดบ้าง


น้องกันตะ : อยากบอกทุกคนว่ามาเล่นเทควันโดกันเถอะ เพราะทั้งสนุกจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์


จบบทสัมภาษณ์เด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ได้หันมามุ่งมั่นเล่นกีฬาเทควันโด เพราะผู้ใหญ่ชี้นำสิ่งดี ๆ ให้ ใครจะเอาเป็นตัวอย่าง น้องกันตะก็ไม่ห่วง ผู้สัมภาษณ์เองก็เห็นว่าดีด้วย จะได้มีร่างกายแข็งแรง ห่างไกลสิ่งไม่ดี โอกาสหน้าจะสัมภาษณ์เด็กที่ทำกิจกรรมดีมาฝากอีก สวัสดีครับ