วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ลูซิเฟอร์ ผู้ท้าทายพระเจ้า บาปแห่งความหยิ่งผยอง



"ข้าขอเป็นใหญ่ในนรก ดีกว่าเป็นทาสให้ดูถูกบนสวรรค์"
ลูซิเฟอร์


ลูซิเฟอร์ เทพเจ้าที่ถูกขับไล่จากสวรรค์ตามตำนาน ด้วยความที่นึกว่าตนเองยิ่งใหญ่เหนือใคร ทำให้ก่อกบฏหักหลังพระเป็นเจ้า และในที่สุดก็ตกจากสวรรค์

ลูซิเฟอร์ (Lucifer) เป็นคำละติน มาจากสองคำ คำว่า Lux ซึ้งแปลว่าแสงสว่าง และ Ferrer แปลว่า ผู้นำมา หรือ ผู้ถือ ซึ่งถ้าเอามารวมกันก็จะแปลว่า "ผู้นำมาซึ่งแสงส่วง" หรือถ้าจะแปลตามภาษาชาวบ้าน อีกทีก็คงจะแปลว่า รุ่งอรุณ หรือ ดาวแห่งความแสงสว่าง

ตามตำนานของชาวฮิบรู ลูซิเฟอร์ ได้ถูกยุยงโดยซาตานอีกทีนึง
(เห็นได้ว่าตำนานฮิบรู ลูซิเฟอร์ และ ซาตานเป็นคนละคนกัน)
ในพระคัมภีร์ของฮิบรูนั้น ซาตานก็เป็นหนึ่งในอัคระเทวฑูตด้วย ชื่อว่า Satan-Sataniel (หรือSamael?)
ว่ากันว่าซาตานต้องการที่จะเป็นที่สุดในจักรวาล เลยได้ยุยง (บางก็บอกสิงสู่) เทพบางองค์ ทำให้เป็นมารร้าย

ในยุคกลาง นักบุญเจโรม (St.Jerome) หลวงพ่อในศาสนาจักร์ คิดว่า ลูซิเฟอร์ ไม่ใช่ชื่อที่ดีสำหรับ "ปีศาจ" และได้เปลี่ยนมาเป็น "ซาตาน" จนในที่สุด ทั้งสองก็ได้รวมมาเป็นคนเดียวกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในพระคัมภีร์บางทีก็ชื่อลูซิเฟอร์ บางทีก็ชื่อ ซาตาน

ในตำนานบอกไว้ว่าลูซิเฟอร์นั้น มักจะปรากฏกายในรูปของมังกร หรือ สิงโต และมีลูกน้องที่พักดีเสมือนแขนทั้งสองข้าง ชื่อว่า Satanackia และ Agalierap


อดีตอัคระเทวฑูตองค์นี้ พระเป็นเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้นมาจากแสงสว่างและให้ความเอ็นดูเป็นอย่างมาก

ลักษณะของเทพ Lucifer คือ มี 12 ปีกเรืองแสงได้ มีรูปร่าง หน้าตางดงามที่สุดในบรรดาทูตสวรรค์ อีกทั้งยังมี แสงสุกใสเรืองรองออกมาจากร่างจนได้ชื่อว่าเป็น โอรสแห่ง รุ่งอรุณ และเป็นที่โปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้ายิ่งนัก ลูซิเฟอร์  เป็นเทพที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดในบรรดาเทพทั้งปวง ถือได้ว่า เป็นใหญ่รองมาจากพระเป็นเจ้า เป็นอัคระเทวฑูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนั้นเลยก็ว่าได้

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างโลกและมนุษย์ขึ้น ลูซิเฟอร์เห็นว่ามนุษย์ที่สร้างขึ้นมานั้น พระผู้เป็นเจ้าเลียบแบบ หน้าตาทูตสวรรค์ จึงเกิดความไม่พอใจ กล่าวว่า

" เมื่อพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาให้เหมือนกันพวกหม่อมฉันได้ หม่อมฉันนี่แหละจะเป็นผู้ทำลายมันให้ย่อยยับไปกับมือ "


เพราะลูซิเฟอร์นึกว่าตนเองเก่งกว่าใครและมีพลังมากกว่าคนอื่น ทำให้หลงผิดและก่อกบฏขึ้น ทำให้ก่อสงครามสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ทูตสวรรค์กลายมาเป็น

"ปีศาจ"

โดยลูซิเฟอร์ได้ชักจูงเทพ 2 ใน 3 (บางก็ว่า 3/5) ของเทพบนสวรรค์ มาต่อสู้กับกองทัพสวรรค์ นำทัพโดย อัคระเทวฑูต มิคาเอล และได้พ่ายแพ้ไปในที่สุด


“โอ ลูซีเฟอร์เอ๋ย โอรสแห่งรุ่งอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ”


ลูซิเฟอร์เป็นตัวแทนของ อัตตา ซึ่งเป็นยอดแห่งบาปทั้งปวง หมายถึงความต้องการเป็นผู้ที่มีความสำคัญและอำนาจเหนือผู้อื่น การที่รักตนเองมากจนเกินไป หลงในอำนาจและรูปลักษณ์ของตัวเอง

คนที่มีความโอหังจะสนใจเฉพาะตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร สัญลักษณ์ของอัตตาคือ ม้า สิงโต หรือ นกยูง สีประจำบาปคือสีม่วง
ศีลธรรมที่ช่วยกำจัดโอหังคือ ความถ่อมตน การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่


วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ “ผู้ประพันธ์บทละคร อมตะเรื่อง รมิโอกับจูเลีย” เป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ของอังกฤษและของโลก เขาทำให้ทุกคนรู้ว่าศิลปะสามารถถ่ายทอดโดยผ่านการเขียนได้ ในราวศริสต์ศตวรรษที่ 19 เชคสเปียร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “จอมกวี” ที่ยิ่งใหญ่

ระหว่างปี ค.ศ. 1600 - 1608 เป็นช่วงที่เรียกว่า "ยุคโศก" ของเชคสเปียร์ ละครโศกนาฏกรรมที่ได้ถูกยอมรับว่าเป็นตัวแสดงถึงศิลปะอันสูงสุดในตัวเขา มี 4 เรื่อง ดังนี้





แฮมเล็ต
กษัตริย์แห่งเดนมาร์กถูกพี่ชายชื่อ คลอดิอัส ลอบปลงพระชนม์เพื่อแย่งบัลลังก์และอดีตราชินี วิญญาณของกษัตริย์แฮมเล็ตจึงได้มาหาโอรสหรือเจ้าชาย แฮมเล็ต และบัญชาให้ล้างแค้น เจ้าชาย แฮมเล็ตกลัดกลุ้มพระทัยมากจึงแกล้งทำเป็นบ้าและผลักไสนางโอฟิเลีย หญิงสาวที่ตนหลงรัก ทรงวางแผนเปิดโปง คลอดิอัส โดยให้คณะละครเร่มาแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการลอบปลงพระชนม์ แฮมเล็ตได้ฆ่าโพโลนีอัสพ่อของโอฟิเลีย โดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็น คลอดิอัส ส่วนคลอดิอัสก็วางแผนกำจัดเขาเช่นเดียวกันแต่ไม่สำเร็จ โอฟิเลียโดดน้ำตายเพราะความทุกข์ ลาเอร์เทสพี่ชายของโอฟิเลียท้าแฮมเล็ตดวลดาบ บทละครจบลงด้วยตัวละครสำคัญตายหมด สุดท้าย เจ้าชายฟอร์ทินบราส์แห่งนอร์เวย์ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด





โอเทลโล
เป็นแม่ทัพของแคว้นเวนิส ซึ่งเป็นชาวมัวร์ ซึ่งทำให้ดูแตกต่างกับประชากรมาก จึงทำให้คนรอบข้างมองเห็นว่าเขาเป็นคนน่าเกลียด อย่างไรก็ตามก็ได้หลงรัก เดสเดโมนา ซึ่งเป็นลูกของแบรบานซิโอ้ ซึ่งเป็นสมาชิกสภา เนื่องจากกลัวว่าแบรบานซิโอ้จะกีดกัน โอเทลโลจึงแอบพบเดสเดโมนาและรักกัน
ขณะเดียวกันอิอาโก นายธง ซึ่งสามีของสาวรับใช้ของโอเทลโล หวังที่จะให้โอเทลโลขึ้นยศ แต่โอเทลโลกลับขึ้นยศให้กับคาสิโอ ซึ่งเป็นคนที่โอเทลโลไว้ใจ จึงทำให้อิอาโกเคืองมากจนกระทั่งสาบานที่จะล้างแค้น โรดริโก้ ชายคนหนึ่งหลงรักเดสเดโมนาเช่นกัน จึงถูกอิอาโกหลอกใช้และถูกฆ่าในภายหลัง
ไม่นานต่อมาอิอาโกบอกเรื่องราวของโอเทลโลให้แบรบานซิโอ้ฟัง ซึ่งทำให้เขาโกรธมาก เนื่องจากเขาไม่เชื่อว่าลูกสาวเขาจะรักโอเทลโลด้วยความสมัครใจ คิดว่าจะต้องเป็นไสยศาสตร์ จึงฟ้องที่ศาลหาว่าโอเทลโลใช้ไสยศาสตร์ทำเสน่ห์ลูกสาวเขา เนื่องจากโอเทลโลเป็นนายทหารใหญ่ ดยุคแห่งเวนิสจึงเป็นผู้พิพากษา ซึ่งเดสเดโมนาก็ยืนยันความรักของเธอต่อโอเทลโลอีกครั้ง จึงทำให้แบรบานซิโอ้ต้องกัดฟันรับโอเทลโลเป็นลูกเขย
ต่อมาโอเทลโลถูกส่งไปไซปรัส เพื่อตั้งรับการรุกของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเดสเดโมนา โรดริโก้ อิอาโกและภรรยา คาสิโอ ติดตามมาด้วย เมื่อถึงไซปรัสแล้ว โรดริโก้ได้ทำให้คาสิโอทะเลาะกับโอเทลโล หลังจากทะเลาะแล้วอิอาโกแนะนำให้คาสิโอไปปรึกษากับเดสเดโมนา เพื่อที่จะให้เดสเดโมนาช่วยพูดให้ จะไม่ได้กินใจกัน คาสิโอทำตามคำแนะนำ โดยไม่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกใช้
ต่อมาโอเทลโลเห็นแดสเดโมด้าคุยกับคาสิโอ้คุยกันลำพัง และเนื่องจากโดนอิอาโกเป่าหูว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ลับอันลึกซึ้ง จึงทำให้โอเทลโลอิจฉามาก เพื่อที่จะทำให้โอเทลโลเชื่อคำพูดของอิอาโก อิอาโกแอบเอาผ้าเช็ดหน้าที่เดสเดโมนาเคยทำตกไว้โดยบังเอิญ แอบใส่ให้คาสิโอ้โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว ซึ่งผ้าเช็ดหน้านี้โอเทลโลพบเจอในมือของคาสิโอ้ จึงทำให้โอเทลโลเชื่อว่าพบหลักฐานที่ภรรยาไม่ซื่อแล้ว
แม้ว่าเดสเดโมนาจะปฏิเสธและบอกว่าถูกปรักปรัม แต่โอเทลโลอิจฉามาก จึงไม่เชื่อเธอและฆ่าเธอบนเตียงนอน ถึงแม้ว่าภรรยาของอิอาโกจะเปิดโปรงแผนชั่วร้ายได้และถูกสามีฆ่าตาย แต่ทุกอย่างก็สายไปแล้ว
อิอาโกถูกจับคุม ส่วนโอเทลโลฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้ความผิดที่กระทำลงไป ส่วนชะตากรรมของอิอาโกนั้น ตกอยู่ในมือของคาสิโอ้ ผู้ว่าคนใหม่หลังจากการตายของโอเทลโล






แม็คเบ็ธ
นักรบแห่งสกอตแลนด์ นามแม็คเบ็ธ กลับมายังบ้านเมืองอย่างภาคภูมิพร้อมด้วยชัยชนะเหนือศัตรูผู้ก่อการกบฏ เขาและแบงโกวสหายผู้ร่วมรบได้พบกับคำพยากรณ์อันน่ายินดีจาก แม่มด 3 พี่น้อง ว่า เขาจะได้เป็นอัศวินแห่งคาวดอร์และกษัตริย์แห่งสกอตแลนด์ในท้ายที่สุด และแบงโกวแม้จะไม่ได้เป็นกษัตริย์แต่ลูกหลานของเขาก็จะได้สืบทอดสถานะอันยิ่งใหญ่นั้น ทันทีที่ได้ฟังคำพยากรณ์ กษัตริย์ดันแคนก็ส่งสารประกาศแต่งตั้งให้แม็คเบ็ธได้รับตำแหน่งอัศวินแห่งคาวดอร์ ทำให้คำทำนายนั้นเป็นจริง ด้วยความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ทำให้แม็คเบ็ธคิดถึงคำพยากรณ์ข้อต่อไปที่ยังไม่เกิดขึ้น และข่าวอันน่ายินดีนี้ก็ส่งผ่านต่อไปยังภรรยา คือ เลดี้แม็คเบ็ธ พร้อมๆกับข่าวที่ว่า ดันแคน กษัตริย์แห่งสกอตแลนด์จะเดินทางไปพำนักที่ปราสาทของแม็คเบ็ธในคืนนี้
เลดี้แม็คเบ็ธรับฟังข่าวดีพร้อมด้วยความคิดทะเยอทะยานอันชั่วร้ายที่พลุ่งพล่านอยู่ในความคิด และตัดสินใจคิดการณ์ใหญ่ที่จะทำให้คำพยากรณ์ข้อต่อไปเป็นจริงโดยเร็วที่สุด ด้วยการฆาตกรรมคิงดันแคน ในคืนนี้
แม็คเบ็ธแม้จะทะเยอทะยาน แต่จิตใจไม่เหี้ยมโหดพอ และตัดสินใจจะเลิกล้มแผนการ แต่เลดี้แม็คเบ็ธผู้มีความชั่วร้ายฝังลึกอยู่ในจิตใจใช้ความเป็นภรรยา พูดจาหว่านล้อมจนกระทั่งแม็คเบ็ธเปลี่ยนใจ คิงดันแคนถูกลอบสังหาร และ ฆาตกรถูกป้ายความผิดแก่ทหารยาม มัลคอล์มและโดนัลเบน ลูกชายทั้งสองของคิงดันแคน กลัวชะตากรรมของตนจะเป็นเช่นเดียวกับพ่อตัดสินใจหนีเอาตัวรอด และแม็คเบ็ธก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนคิงดันแคนตามคำทำนาย
คำพยากรณ์เป็นจริงสมประสงค์ แต่สิ่งที่คงอยู่คือ ความรู้สึกผิดบาปที่ตามหลอกหลอนแม็คเบ็ธ แบงโกวผู้ซึ่งมีส่วนร่วมรู้เห็นในคำพยากรณ์อันวิเศษสุด สงสัยในตัวแม็คเบ็ธ และแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างก็รู้กันดี แม็คเบ็ธเองก็หวาดระแวงว่าคำพยากรณ์ต่อไปที่ว่า ลูกหลานของแบงโกวจะได้เป็นกษัตริย์สืบต่อไป และที่สุดเพื่อเป็นการปิดปากแบงโกวด้วย แม็คเบ็ธก็ตัดสินในสังหารแบงโกวและภรรยา แต่ฟรีอองซ์บุตรชายของแบงโกวหนีไปได้
มัลคอล์มและโดนัลเบนที่หนีไปอังกฤษได้สมัครพรรคพวกร่วมกับแมคดัฟฟ์ นักรบผู้กล้าอีกคนหนึ่งของอดีตคิงดันแคนวางแผนจะกลับมายึดอำนาจจากแม็คเบ็ธซึ่งได้กลายเป็นกษัตริย์ทรราชย์ ในขณะที่แม็คเบ็ธเอง แม้จะสมประสงค์ทุกอย่างและขจัดแบงโกวไปได้ แต่ตราบาปที่ไม่มีใครรู้ก็ไม่สามารถหนีความจริงในใจของแม็คเบ็ธและพระราชินีได้ แม็คเบ็ธมองเห็นวิญญาณของแบงโกวและภูติผีคนอื่นๆตามมาหลอกหลอน ในขณะที่เลดี้แม็คเบ็ธซึ่งดำรงตำแหน่งพระราชินีเริ่มมีอาการสับสนทางความคิด เสียสติ และต้องล้างมืออยู่ตลอดเวลาเพราะคิดว่ามือตัวเองเปื้อนเลือด
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น แม่มด 3 พี่น้องปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับคำทำนายถึงชีวิตอันหายนะของแม็คเบ็ธ โดยบอกว่า ให้ระวังแม็คดัฟฟ์ แต่ก็ได้ให้คำสัญญาว่า มนุษย์ทุกคนที่ออกมาจากครรภ์มารดาจะไม่สามารถทำอันตรายใดๆกับแม็คเบ็ธได้ ซึ่งทำให้แม็คเบ็ธค่อยวางใจขึ้น แต่แม็คเบ็ธก็ยังคงต้องต่อสู้กับบรรดาภูติผีปีศาจที่ปรากฏตัวให้เขาเห็นแต่เพียงผู้เดียว
หลังจากนั้น แม็คเบ็ธได้รับข่าวการรบชนะของแม็คดัฟฟ์ที่อังกฤษ เพื่อเป็นการแก้แค้นแม็คเบ็ธส่งคนไปปลิดชีพภรรยาและลูกๆของเขา สถานการณ์การรบยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อมัลคอล์ม โดนัลเบน และแมคดัฟฟ์ตัดสินใจยกกองทัพมาตีสกอตแลนด์เพื่อชิงราชบัลลังก์คืน พร้อมๆกันนั้นเองแม็คเบ็ธก็ได้รับข่าวร้ายว่าพระราชินีได้สิ้นพระชนม์ ชดใช้กรรมที่ได้ก่อ แม็คเบ็ธเผชิญหน้ากับแมคดัฟฟ์ในสนามรบอย่างประหวั่นพรั่นพรึง ด้วยคิดถึงคำทำนายที่แม่มด 3 พี่น้องบอกให้หลีกเลี่ยงการพบกับแมคดัฟฟ์ แต่แม็คเบ็ธก็ยังลำพองใจว่า มนุษย์ที่เกิดจากครรภ์มารดาโดยธรรมชาติ(คลอดออกมาจากช่องคลอดโดยปกติทารกทั่วไป)จะทำอันตรายตนไม่ได้ แต่แล้วแมคเบ็ธก็ได้รู้สิ่งที่คาดไม่ถึง เมื่อแมคดัฟฟ์บอกว่า เขา..ไม่ได้เกิดมาจากครรภ์มารดาโดยวิธิปกติธรรมชาติทั่วไป แต่ทว่าถูกผ่าออกมาจากช่องท้อง ก่อนจะถึงเวลาถือกำเนิด การต่อสู้เป็นไปอย่างสิ้นหวังและที่สุดแม็คเบ็ธก็ถูกเด็ดชีพ ชดใช้ความทะเยอทะยานอันนำมาสู่ความหายนะของชีวิตผู้คนจำนวนมาก





คิงเลียร์
คิงเลียร์ตัดสินใจลงจากบัลลังก์และแบ่งอาณาจักรให้กับลูกทั้งสามคน ได้แก่ กอเนอเรล รีแกน และ คอเดเลีย เขาถามลูกทั้งสามคนว่ารักเขามากแค่ไหน กอเนอเรล และ รีแกน ตอบว่ารักพ่อมาก แต่คอเดเลียกลับตอบว่าเขาไม่สามารถบอกว่ารัก
พ่อมากแค่ไหน คิงเลียโกรธคอเดเลียมาก จึงเนรเธอออก จากนั้นคอเดเลียได้แต่งงานกับกษัตริย์ฝรั่งเศส
ต่อมากอเนอเรลและรีแกนก็ทรยศคิงเลีย เนรเทศคิงเลียและเคนออกจากเมือง
ในขณะเดียวกันกลอสเตอร์ก็โดนเอ็ดมันด์หลอกว่าเอ็ดการ์ต้องการจะฆ่าเขา และเอ็ดมันด์ก็หลอกเอ็ดการ์ว่ากลอสเตอร์จะฆ่าเขา เอ็ดการ์จึงปลอมตัวเป็นขอทาน และเรียกตัวเองว่า Poor Tom
เมื่อกลอสเตอร์รูว่าลูกของคิงเลียทรยศเลียก็ตัดสินใจที่จะช่วยเลียทั้งๆที่อันตราย เมื่อรีแกนและคอลวอลรู้ว่ากลอสเตอร์จะช่วยเลียก็กล่าวหาว่าทรยศ ทำให้ตาบอดและให้ Poor Tom หรือเอ็ดการ์ที่หลอมเป็นขอทานพาไปยังชนบทที่คิงเลียอยู่
ในโดเวอร์ ซึ่งกองทัพฝรั่งเศสเป็นส่วนหนึ่งของการบุกรุกนำ คอเดเลียกำลังวางแผนช่วยคิงเลีย ในขณะเดียวกันออลบานีก็เริ่มสงสารคิงเลีย เอ็ดมันด์กับกอเนเรลจึงคิดจะฆ่าออลบานีทิ้ง
กลอสเตอร์พยายามฆ่าตัวตายแต่เอ็ดการ์ก็ช่วยเขาไว้ ในขณะเดียวกันกองทัพอังกฤษนำโดยเอ็ดมันด์ก็เอาชนะฝรั่งเศษและจับตัวคิงเลียและคอเดเลียไป เอ็ดการ์สู้กับเอ็ดมันด์และเอ็ดการ์ก็ชนะ ต่อมากอเนอเรลและรีแกนก็ฆ่าตัวตายเมื่อความเลวร้ายของเธอเผยให้ออลบานีเห็น ต่อมาคิงเลียก็ตายในคุก ออลบานี เคนและเอ็ดการ์ต้องปกครองประเทศภายใต้เมฆของความเศร้าโศกและเสียใจ


“ความคิด” ที่ถ่ายถอดลงในบทละครของเขา แสดงออกในวรรณกรรมของเขามีอิทธพลต่อวรรณกรรณในสมัยต่อมา มีการดัดแปลงงานประพันธ์ของเขาและแสดงออกในรูปแบบวัฒนธรรมวรรณกรรมของทั้งโลก

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

10 สุดยอดตำนานแฮกเกอร์ของโลก

สุดยอด Hackerr ที่เว็บ topten เค้ารวบรวมมาให้ ดูแล้วมันรู้สึก FIN เลยเอามาลงต่อ ดูไว้เอาเยี่ยงนะแต่อย่าเอาอย่าง พวกนายสุดยอดมาก

10. Jonathan James

ตอน ที่หมอนี่โดนจับ ทั่วทั้งอเมริกาแตกตื่น เพราะหมอนี่อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น Jonathan James หรือชื่อรหัสในโลก Hacker ก็คือ c0mradeได้สร้างชื่อด้วยการเจาะระบบมากมาย ตั้งแต่บริษัทโทรศัพท์ BellSouthไปจนถึงหน่วยงาน DTRA ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 1999 หมอนี่ Hack เข้าไปฝังตัว Backdoor ใน Nasa ซึ่งทำให้อ่านข้อมูลลับได้มากมายรวมไปถึงขโมยโปรแกรมที่ทาง Nasa พัฒนาขึ้นด้วยเงินมหาศาลถึง 1.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐไปหน้าตาเฉยซึ่งในภายหลังทาง Nasa ต้องปิดระบบถึงสามสัปดาห์เพื่อแก้ไขทำให้สูญเสียเงินไปอีก 41,000 $?? ปล. หมอนี่บอกกับศาลว่าเค้าอยากได้โปรแกรมมาเพื่อฝึกฝีมือภาษา C ของตัวเองเท่านั้นแต่พอขโมยมาได้ ก็กลับถามว่าโปรแกรมห่วยๆนั่นมีค่าถึง 1.7 ล้านดอลล่าร์เลยเชียวหรือ ปล.ปัจจุบันหมอนี่ตายไปแล้วครับ

9. Adrian Lamo

อีตานี่ก็เป็นอีกหนึ่ง Hacker ที่แสบไม่แพ้กัน ซึ่งคนที่โดน Adrian Lamo เจาะเข้าไป ก็มีตั้งแต่ หนังสือพิมพ์ The New York Times , Microsoft ,Yahoo , Bank of America , CitiGroup และ Cingular ซึ่งที่ๆสร้างชื่อเสียงที่สุดให้เขาก็คือ การที่เขาเจาะเข้าไปใน The NewYork Times และเอาชื่อตัวเองเข้าไปใส่ไว้ในแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระดับสูงของหนังสือ พิมพ์ The New York Timesและใช้บัญชีของนักเขียนชื่อดัง LexisNexisในการค้นคว้างานวิจัยจากฐานข้อมูลของ The New York Times อีกด้วย?หลังจากที่ใช้กรรม ไปมากมาย ตอนนี้ Adrian Lamo ทำงานเป็นนักข่าวและนักพูด เกี่ยวกับวงการ Hackerและพึ่งจะได้รับรางวัลนักข่าวยอดเยี่ยมมาไม่นานนี้เอง

8. Kevin Mitnick

นี่คือชายที่ ครั้งหนึ่ง กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐเคยหมายหัวไว้ว่า"อาชญากรทางคอมพิวเตอร์ที่ทางสหรัฐ ต้องการตัวมากที่สุด"เพราะเขาคือคนแรกที่ทำให้คำว่า Hacker โด่งดังไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ผลงานของ Mitnick อาจจะเก่าไปซักหน่อย เพราะพี่ท่านเล่น Hack มาตั้งแต่ช่วงปี 70' กับผลงานการเจาะระบบ Punch Card ของ Los Angeles BusSystem ทำให้เขาสามารถขึ้นรถเมล์ได้ฟรีตั้งกะอายุ 12.เข้าไปป่วนระบบโทรศัพท์ทำให้โทรทางไกลได้ฟรีๆ จากนั้นก็ขโมยข้อมูลของบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังอย่าง DEC (Digital EquipmentCorporation) ตามด้วยหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ โอ๊ยอีตานี่แสบๆๆ หลังจากที่ไปรับกรรมในคุกอยู่สองปีครึ่งตอนนี้เค้าก็กลายเป็น Hacker ที่หลายๆบริษัทขอความช่วยเหลือในการตรวจสอบระบบครับ(และสำคัญมากเป็น เพราะอีตานี่เองที่ทำให้โลกเราได้รู้จัก White-Hat สาดเลือดเอเชียที่เก่งกาจ)

7. Kevin Poulsen

มีชื่อเรียกสวย เก๋ในวงการแฮกเกอร์ว่า Dark Dante, ผลงานเด่นๆของ KevinPoulsen ก็คือการที่เค้าเจาะระบบโทรศัพท์ของสถานีวิทยุ KIIS-FM ใน LAทำให้เค้าได้รางวัลรถ Porsche มาครอง และที่เด่นๆ ก็คืออีตานี่แหย่หนวดเสือไป เจาะระบบฐานข้อมูลของ FBI ครับ และที่สำคัญก็คือระบบดักฟังของ FBI ครับ หลังจากที่ Kevin Poulsen โดนซิวไป 5 ปีตอนนี้เค้าก็กลายเป็น นักข่าวอาวุโสของสำนักข่าว Wired News และคอยช่วยเหลือในการไล่จับพวก BlackHat คนอื่นๆอีกมากมาย

6. Robert Tappan Morris

เค้า คือลูกชายของอดีตเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ของ NSA (National SecurityAgency) แท้ๆแต่ดันใช้ความรู้ในทางที่ผิดก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไปทั่วเพราะหมอ นี่แหละครับคือคนแรกที่สร้าง Worm ขึ้นมาและทำให้ระบบเครือข่ายพังทลายไปหลายวันเลยทีเดียว ขณะที่ Morris กำลังเรียนอยู่ที่ Cornell เค้าอยากรู้ว่าอินเทอร์เน็ตมันใหญ่ขนาดไหนเค้าก็เลยสร้างโปรแกรมที่มันจะ เจาะไปได้เรื่อยๆ ไปๆมาๆนั่นกลายเป็นเวิร์มตัวแรกของโลกที่ชื่อว่า MorrisWorm หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์กว่า 6,000 เครื่องทั่วโลกก็เจ๊งยับเพราะเวิร์มของหมอนี่ พอโดนจับ Morris ก็โดนลงโทษจำคุก 3 ปีและโดนค่าปรับ10,500 เหรียญและ ทำงานช่วยเหลือสังคมอีก 400 ชม.(ลงโทษขนาดนี้แรงไปไหมพี่ เบากว่านี้ได้อีกนะ ) และหลังจากที่รับกรรมไปแล้ว ตอนนี้ Robert Morris ก็เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่ MIT

5. Stephen Wozniak

พูดถึง Apple Computer ใครๆก็อาจจะนึกถึง Steve Jobs ชายหนุ่มหัวแอบล้านซึ่งหลายๆคนรอคอย KeyNote ของเค้าในงาน MacWorldConference ทุกปี แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วถ้า Apple Computer ขาดเค้าคนนี้ไปล่ะก็ มันจะไม่มีวันนี้แน่นอน เพราะ Steve Wozniak คือผู้่ร่วมก่อตั้ง Apple Computer ครับ?การเป็น Hacker ช่วงแรกของเค้าอยู่ที่เค้าได้ไปอ่านบทความเรื่องการเจาะระบบโทรศัพท์ ในหนังสือ Esquire เข้าหลังจากที่คุยกับ Steve Jobs พวกเขาก็ได้คิดค้น BlueBox เครื่องเจาะระบบโทรศัพท์ที่ทำให้คุณสามารถ โทรทางไกลได้ฟรีๆ (เอาเข้าไป)มีครั้งหนึ่ง Steve Wozniak ได้แอบใช้เครื่อง BlueBox โทรหาพระสันตปาปาโดยปลอมตัวว่าเป็น Henry Kissingerรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐในตอนนั้นแสบจริงๆ?สำหรับ ช่วงแรกของการก่อตั้ง Apple Computer. Wozniakได้ขายเครื่องคิดเลขแสนแพงของเขา และ Jobs ได้ขายรถแวนของเขาเพื่อเป็นทุนในการก่อตั้ง Apple Computer ครับ และสุดท้ายเครื่อง Apple Iก็วางตลาด และทั้งคู่ได้ขายเครื่องนี้ในราคาเครื่องละ 666.66$

4. Tim Berners-Lee

ต้องขอบอกว่า ถ้าไม่มีอีตานี่โลกเราจะไม่มีคำว่า World Wide Web ครับเพราะเค้าคนนี้คือ คนที่ คิดค้น www ขึ้นบนโลก. Tim Berners-Lee เป็นลูกของสองนักคณิตศาสตร์ระดับโลก Convey และ ?Mary Berners-Leeซึ่งเป็นทีมสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ Manchester Mark 1เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆของโลก?ในปี 2532 Tim Berners-Lee ทำงานเป็น FreeLance อยู่ที่ CERN (ศูนย์วิจัยเรื่องนิวเคลียร์ของยุโรป)ซึ่งเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ ที่สุดของยุโรปเขาได้คิดค้นระบบข้อความหลายมิติ (Hypertext) ขึ้นมา ซึ่งเมื่อมันผนวกเข้ากับ TCP และ DNSล่ะก็ มันจะเป็นความสุดยอดของ HyperText แน่นอนและหลังจากนั้นมันจึงกลายเป็น ?World Wide Web ครับ ?เมื่อปี 2548 เขาได้รับรางวัล 1 ในร้อยบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อคนทั้งโลกมากที่สุด และในปี 2550 Tim Berners-Lee ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้าจากสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซา เบทที่สอง เป็นการส่วนพระองค์ทำให้ตอนนี้เค้ากลายเป็น Sir Tim Berners-Lee ไปแล้วครับ?ผลงานการ Hackของ Tim Berners-Lee ไม่เป็นที่ปรากฏ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ทำให้เค้าโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย Oxford ล่ะครับ ปล.เว็บไซต์แรกของโลกคือ Welcome to info.cern.ch สร้างขึ้นโดย Tim Berners-Lee นี่แหละครับ

3. Linus Torvalds

บิดา ผู้ให้กำเนิด Linux ระบบปฏิบัติการ Unixที่คนนิยมกันมากที่สุดในโลกขณะนี้ ในปี 1991 ขณะที่เขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เฮลซิงกิ เขาได้สร้าง linux kernelขึ้นจากพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Minix ขึ้น หลังจากนั้นเขาก็รวบรวมสมัครพรรคพวกมาช่วยกันเขียนและช่วยกันพัฒนาต่อกันทาง อินเทอร์เน็ต โดยที่เขาเป็นคนรวบรวม ตรวจสอบและแจกจ่ายงานไปยังโปรแกรมเมอร์ต่างๆทั่วโลกรวมถึงแจกจ่ายให้คนช่วย กันเอาไปใช้ฟรีๆอีกด้วยจุดที่น่าสนใจของโครงการนี้ก็คือ ทุกคนที่มาร่วมทำนั้นทุกคนยินดีช่วยโดยไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด และมีเงื่อนไขต่อด้วยอีกว่าเมื่องานเสร็จแล้วจะต้องเผยแพร่ตัว Source Code แก่สาธารณะโดยไม่คิดมูลค่าเช่นเดียวกันครับ?ทุกวันนี้ Linux Torvalds ทำงานอยู่ที่บริษัท Transmeta บริษัทที่ทำหน้าที่ออกแบบ CPU และยังคงดำรงตำแหน่ง ผู้นำของบรรดาผู้ใช้งานและพัฒนา Linux ทั้งโลกครับยิ่งไปกว่านั้น หนังสือ Times Magazine ได้ยกให้เค้าเป็นหนึ่งคนในหนังสือชื่อ 60 Years of Hero สุดยอด

2. Richard Stallman

ผู้ริเริ่มโครงการ GNU (อ่านว่า กนู นะครับ) และมูลนิธิซอฟท์แวร์เสรีรวมไปถึงผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่อง Copyleft (ฮ่า)และเป็นผู้ร่างสัญญาอนุญาติให้ใช้ได้ทั่วไป และต่อในภายหลังสัญญานี้ได้กลายเป็น บรรทัดฐานซอฟท์แวร์เสรีจำนวนมากความเป็นแฮกเกอร์ของเค้าโผล่มาตอนที่เค้าทำ งานอยู่ที่ MIT ในฐานะของ Staff Computer ทุกครั้งที่มีระบบอะไรใหม่ๆติดตั้งเข้าไปและมีรหัสผ่านกำกับอยู่Richard Stallman จะหาทางแฮกและปลดรหัสผ่านออกทุกครั้ง ยังครับยังไม่พอพอแฮกระบบเสร็จก็แฮก Printerต่อเพื่อพิมพ์ข้อความบอกชาวบ้านว่าระบบไหนอยู่ที่ไหนปลดรหัสผ่านอะไร ไปแล้วบ้าง แสบจริงๆ

1. Tsutomu Shimomura

สุด ยอด White-Hat สายเลือดเอเชีย Tsutomu Shimomuraได้รับชื่อเสียงอย่างโด่งดัง ในฐานะที่ร่วมมือกับ John Markoff ในการช่วยเหลือ FBI ไล่จับสุดยอดแฮกเกอร์ของโลกในยุคนั้น นั่นก็คือ KevinMitnick นั่นเอง ?Tsutumu ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่ SDSC (San DiegoSupercomputer Center) ซึ่งจริงๆแล้วก็โดนอีตา Kevin เข้ามาแฮกเอาโปรแกรมและเมล์สำคัญๆไป ดังนั้นด้วยคาวมแค้นเขาจึงร่วมมือกับ FBI ไล่จับ Kevin Mitnick ซึ่งต่อมาเมื่อเขาจับได้เขาก็เลยเขียนหนังสือชื่อ Takedown เป็นเรื่องราวของการไล่จับ KevinMitnick ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง TakeDown ด้วย?

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อิทธิบาท 4 สู่ความสำเร็จในการทำงาน




WIT ในโลกของงานนั้นมนุษย์ทุกคนล้วนย่อมหวังความสำเร็จกันทั่วทุกคน เพื่อให้ไ้ด้สิ่งนั้นผู้คนต่างค้นหาวิธีการต่าง ๆ มากมาย และอิทธิบาท ๔ ก็เป็นหลักที่ใช้ในการทำงาน เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามความต้องการ แล้วสามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้อย่างไร

นี้เป็นนิมิตโอภาส (การบอกเป็นนัย) ที่ทรงแสดง ต่อพระอานนท์ก่อนปลงอายุสังขาร

“ ดูก่อนอานนท์ นครเวสาลี เป็นที่รื่นรมย์ อุเทนเจดีย์ ก็เป็นที่รื่นรมย์ โคตมกเจดีย์ ก็เป็นที่รื่นรมย์ สัตตัมพเจดีย์ ก็เป็นที่รื่นรมย์ พหุปตุตเจดีย์ ก็เป็นที่รื่นรมย์ สารันททเจดีย์ ก็เป็นที่รื่นรมย์ ปาวาลเจดีย์ ก็เป็นที่รื่นรมย์

ดูก่อนอานนท์ ผู้หนึ่งผู้ใดเจริญอิทธิบาท ๔ ทำให้มาก ทำให้เป็นประหนึ่งยาน ทำให้เป็นประหนึ่งวัตถุที่ตั้ง ตั้งไว้เนื่อง ๆ อบรมไว้ ปรารภด้วยดี โดยชอบ ดูก่อนอานนท์ ผู้นั้น เมื่อปรารถนา ก็พึงดำรง อยู่ได้ตลอดกัป เกินกว่ากัป

ดูก่อนอานนท์ ตถาคต ได้เจริญ อิทธิบาท ๔ แล้วได้ทำให้มาก แล้วได้ทำให้เป็นประหนึ่งยานแล้ว ได้ทำให้เป็นประหนึ่งวัตถุที่ตั้งแล้ว ตั้งไว้เนือง ๆ แล้ว อบรมแล้ว ปรารภด้วยดี โดยชอบแล้ว ดูก่อนอานนท์ ตถาคตนั้นเมื่อปรารถนา ก็พึงดำรง อยู่ได้ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัปดังนี้ ”



อิทธิบาท ๔ เมื่อผู้ปฏิบัติเจริญ สามารถทำให้อยู่ได้ตลอดกัป (หนึ่งร้อยปี) หรือเกินกว่ากัปถ้าปรารถนา รายละเอียดธรรมข้อนี้มีดังนี้

ฉันทะ = พอใจกับงานที่ทำอยู่
มีใครบ้างไหมไม่ชอบงานที่ทำอยู่ ให้คุณลองตรวจสอบตัวเองดูว่า คุณนั้นมีความชอบหรือศรัทธากับงานแบบใด หรือพอใจกับงานแบบใดอยู่ เหมือนกับคุณเป็นนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่กำลังใช้ความคิดใตร่ตรองว่าคุณต้องการเดินไปเส้นทางใด เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครให้คำตอบคุณได้เพราะเป็นความชอบความศรัทธาที่ก่อเกิดจากตัวของคุณเอง
จริงอยู่ที่งานแต่ละอย่างไม่มีทางที่คุณจะชื่นชอบไปทั้งหมดทุกกระบวนการ แต่ถ้าคุณพอใจที่จะทำให้ดี สบายใจที่จะต้องเจอมันทุกวันเราเรียกว่าความศรัทธา เป็นสิ่งแรกที่มนุษย์ต้องการและเป็นพื้นฐานของความสำเร็จ อย่างเช่น คุณมีความศรัทธาและใจรักที่จะเป็นพนักงานขายที่ดีและซื่อสัตย์ สิ่งนี้จะเป็นพลังให้คุณเดินไปหาความสำเร็จได้แบบเป็นเส้นตรง และเข้าถึงจิตใจเนื้อแท้ในการทำงานมากกว่าคนที่ไม่ได้มีความศรัทธาใดๆ กับงานที่ทำ
คุณอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง ฉันทำงานเพื่ออะไร ฉันมีความสุขหรือไม่ เพียงแค่นี้คุณก็จะทราบตัวเองว่ามีความลึกซึ้งกับงานที่ทำอยู่เพียงใด เผื่อเราจะได้มีเวลาค้นหาและปรับเปลี่ยนตัวเอง หรือปรับศรัทธาของตัวเองให้เข้ากับงานที่ทำอยู่

วิริยะ = ขยันหมั่นเพียรกับงานที่มี
คงไม่มีคนไหนประสบความสำเร็จโดยปราศจากความเพียร เป็นคำคมที่แปลง่ายแต่ความหมายเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก เพราะความวิริยะนั้นเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จได้ ยิ่งคุณขยันเท่าไรผลตอบแทนที่คุณจะได้รับมันก็มีมากเท่านั้น ยกตัวอย่างต่อจากหัวข้อฉันทะ คุณเป็นพนักงานขายที่มีความศรัทธากับงานที่ทำ มีความสุขในการทำงานเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ร่วมกับความขยันหมั่นเพียร ไม่เฉยชาที่จะต้อนรับลูกค้า กระตือรือล้นหาลูกค้าใหม่ๆ อยู่เสมอ มีวินัยในการทำงาน ไม่ท้อกับปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามา มีความทุ่มเทอย่างนี้ ตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน ที่สำคัญความวิริยะจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความศรัทธาของฉันทะนั่นเอง และความวิริยะไม่ใช่การทำงานแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นการหมั่นฝึกฝนตนเองต่างหาก



จิตตะ = เอาใจใส่รับผิดชอบกับงานที่ทำ
จิตใจที่จดจ่อกับงานไม่วอกแวกไปเที่ยวเล่นล้วนเกิดผลดีต่องานที่ทำ จิตตะเป็นธรรมแสดงถึงสติและจิตใจที่รอบคอบและความรับผิดชอบที่จะตามมา ซึ่งในสังคมการทำงานปัจจุบันนี้มุ่งเน้นแย่งชิงตำแหน่งกัน และขัดขาจนลืมคิดไปว่า งานที่ตนเองต้องรับผิดชอบนั้นคือสิ่งใดกันแน่ จิตตะจึงมีความสำคัญในการทำงานโดยไม่วอกแวกออกไปนอกลู่นอกทาง
ดังนั้น เมื่อคุณมีทั้งฉันทะและวิริยะแล้ว จิตตะจะเป็นเสมือนรั้วของเส้นทางที่ไม่ให้ไขว้เขวออกนอกทางสู่ความสำเร็จได้ รวมทั้งเป็นสติที่สื่อออกมาถึงความมุ่งมั่นที่สูงกว่าความพอใจและความขยันหมั่นเพียร

วิมังสา = ใคร่ครวญและใช้ปัญญาตรวจสอบงาน
สิ่งสุดท้ายในการทำงานคือการใช้ปัญญา ที่เป็นกุญแจสูงสุดของอิทธิบาท 4 เมื่อคุณมีความรักในงานที่ทำ มีความขยันหมั่นเพียร มีสติรับผิดชอบ การมีปัญญาคือการทบทวนตนเองและปัญหา ว่าสิ่งที่เราได้ทำมานั้นมีผลดีผลเสียอย่างไร มีสิ่งใดที่เข้ามากระทบใจเราหรือคนอื่นหรือไม่ เราจะได้รู้จุดยืนของเราว่าทำงานและอยู่ในด้านทุกข์หรือสุข ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ อย่างเช่น ทบทวนตัวเองนิ่งๆ ว่าวันนี้ทั้งวันเราทำอะไรบ้าง สรุปกับตัวเองว่าทำเพื่ออะไร เราจะได้มีกำลังใจต่อในวันต่อๆ ไป และไม่ทำผิดซ้ำซากอีกเช่นเดิม พร้อมกันนั้นเราจะสามารถเห็นหนทางได้ว่า เส้นทางไหนที่จะนำเราสู่ความสำเร็จได้จริงๆ

WIT ขอให้ทุกท่านจงสมหวังในหน้าที่การงานนะครับ

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การเลือกซื้อที่ดินเพื่อทำเกษตร หนึ่งไร่แก้จน




วันนี้ WIT เลือกนำบทความความรู้มากฝาก สำหรับคนที่กำลังมอง
หาที่ดินเพื่อใช้ทำการเกษตรทุกท่าน ใช้ตัดสินใจก่อนซื้อที่ิดิน


หลักเกณฑ์ในการหาซื้อที่ดิน "เน้นไปที่ที่ดินเพื่อทำการเกษตร"
(ลุงโฉลก)


       วันนี้มาเริ่มจากการเลือกซื้อที่ดินซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่และสำคัญมาก เพราะถ้าเราลงทุนที่ดินซื้อไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขจะทำได้ยากและต้องใช้เวลามาก ไม่เหมือนซื้อหุ้นนะครับ ซื้อผิดก็ขายทิ้งอย่างมากก็เสียเงินนิดหน่อย แต่ที่ดินกว่าจะซื้อขายได้ใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีครับ ดังนั้นเราต้องศึกษาและพิจารณากันให้ละเอียดรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจครับ 
หลักในการหาซื้อที่ดินของเรามุ่งเน้นไปที่ที่ดินเพื่อทำการเกษตร ซึ่งรายละเอียดจะแตกต่างจากการซื้อที่ดินในเมืองหรือเพื่อพัฒนาเป็นอย่างอื่นๆ สมาชิกหลายท่านอาจจะมีประสบการณ์ในการซื้อที่ดินกันอยู่แล้ว ก็อย่าถือสากันนะครับถือว่าเอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่ได้เป็นวิชาการอะไร ขาดตกบกพร่องยังไงก็ไม่ว่ากันนะครับ 
คุณลุงให้หลักเกณฑ์ในการหาซื้อที่ดินดังนี้ครับ
  1. ต้องหาที่ที่มีแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ห้วย หนอง คลอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือติดแม่น้ำได้ยิ่งดี เพราะน้ำเป็นตัวแปรที่สำคัญมากในการเพาะปลูกพืชทุกชนิด ต่อไปในอนาคตน้ำจะเป็นสิ่งที่หายากขึ้นไปเรื่อยๆ ดังพุทธทำนายที่พระพุทธเจ้าทรงทำนายพระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศลไว้ว่า เมื่อผู้ปกครองบ้านเมืองไม่ดำรงในธรรมแล้ว ข้าราชการก็ดี พราหมณ์และคฤหบดีก็ดี ชาวนิคม ชาวชนบทก็ดี รวมถึงมนุษย์ทั้งหมด นับแต่สมณะและพราหมณ์ จักพากันไม่ตั้งอยู่ในธรรม แม้เทวดาทั้งหลายก็จักไม่ทรงธรรม ลมทั้งหลายจักพัดไม่สม่ำเสมอ พัดแรงจัด ทำให้วิมานในอากาศของเทวดาสั่นสะเทือน เมื่อวิมานเหล่านั้นถูกลมพัดสั่นสะเทือน ฝูงเทวดาก็พากันโกรธ แล้วจักไม่ให้ฝนตก ถึงจะตกก็จะไม่ตกกระหน่ำทั่วแว่นแคว้น

    หากเป็นไปตามพุทธทำนายฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประกอบกับผู้บริหารบ้านเมืองบริหารจัดการน้ำแบบ “เอาอยู่คร้า...” ที่ Four Seasons ขั้น 7 เช่นนี้ต่อไป ที่ๆ ต้องการน้ำก็จะไม่มีน้ำ ส่วนที่ๆ ไม่ต้องการน้ำก็จะมีน้ำมากจนท่วม พืชผลทางการเกษตรก็จะเสียหาย ที่ดินที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์และน้ำท่วมไม่ถึงจะเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณลุงเคยบอกเอาไว้ว่าต่อไปเราอาจจะได้เห็นสงครามแย่งชิงน้ำก็เป็นไปได้
  2. ที่ดินควรจะมีขนาดใหญ่พอ คำว่า “พอ” หมายถึงว่าพอคุ้มค่ากับการลงทุนซื้อเครื่องมือเครื่องจักรและจ้างคนงาน เช่น ถ้าเราซื้อรถแทรกเตอร์ 1 คันมาไถที่ดิน 50 ไร่จะใช้เวลาแค่ 3 วันก็ไถเสร็จแล้ว ดังนั้นเราจะต้องจอดรถไว้อีก 300 กว่าวันเฉยๆ แต่เราจะต้องมาจ่ายดอกเบี้ยทุกวันๆ โดยไม่ได้ใช้งานเลยแบบนี้ไม่คุ้มค่าครับ แต่ถ้าเราซื้อที่ดินซัก 2,000 ไร่ เราสามารถซื้อรถแทรกเตอร์มาใช้ได้คุ้มค่าทุกวันแทบจะไม่มีวันที่รถจอดอยู่เฉยๆ เลย ยกเว้นวันที่ทำการบำรุงรักษารถ อย่างนี้ก็ถือเราเราใช้งานเครื่องจักรและคนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ แต่ถ้าเงินทุนของเราไม่มากพอที่จะซื้อที่ดินขนาดใหญ่ จึงเกิดการรวมกันตั้งบริษัทเพื่อไปลงทุนแทนเหมือนอย่างบริษัทซีดีซีพิมานที่พวกเราร่วมทุนกันซื้อที่ดินยังไงละครับ สำหรับสมาชิกที่อยากจะหาซื้อที่ดินเพื่อลงทุนในลักษณะนี้ จากประสบการณ์ที่ผมทำงานมาขนาดพื้นที่ที่ใหญ่พอที่จะซื้อเครื่องจักรและจ้างคนงานได้น่าจะซื้ออย่างน้อย 500 ไร่ขึ้นไปครับ
  3. ต้องมีเอกสารสิทธิ์เป็น โฉนด (น.ส.4ก.) หรือ น.ส.3ก. เท่านั้น เอกสารอื่นๆ ทางที่ดีอย่างเสี่ยงดีกว่าครับเพราะจะมีปัญหาเรื่องของกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินในภายหลัง เช่น สปก. หรือ ภบ.ท.5 นั้นไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ได้ ที่ดินพวกนี้อาจจะมีราคาถูกกว่าโฉนดก็จริงแต่ถ้ามีปัญหาในภายหลังก็ไม่คุ้มที่จะเสี่ยงนะครับ พอเราซื้อมาแต่เอาไปขายไม่ได้หรือซื้อมาแล้วถูกยึดคืน อย่างที่เราเห็นในข่าวที่วังน้ำเขียวเป็นต้น เงินที่เราลงทุนไปอาจจะสูญไปเลยก็ได้นะครับ
  4. ที่ดินควรจะอยู่ในที่สูงน้ำไม่ท่วมขัง เราคงจะได้รับทราบความลำบากและความเสียหายจากน้ำท่วมกันเป็นอย่างดีแล้ว ในสภาวะอากาศของโลกแปรปรวนอย่างนี้ ต่อไปภัยพิบัติจากธรรมชาติโดยเฉพาะอุทกภัยคงจะรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการลงทุนในที่ดินของเราเป็นการลงทุนระยะยาวถึงยาวมาก จึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เอาไว้ด้วย เราจึงควรเลือกที่ดินที่อยู่สูง ไม่เป็นแอ่ง หรือจุดรับน้ำครับ
  5. ที่ดินควรมีระบบสาธารณูปโภคเช่นมีถนนหนทางเข้าออกได้สะดวก มีน้ำประปา มีไฟฟ้าเข้าถึงที่ดิน ซึ่งถ้ามีสาธารณูปโภคครบถ้วนราคาที่ดินก็มักจะสูงตามไปด้วย อันนี้ต้องมาพิจารณาร่วมไปด้วยครับว่าถ้าราคาสูงเกินไปการที่จะซื้อที่ดินแล้วนำมาเพาะปลูกก็จะทำให้ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับเงินลงทุนน้อยลงไปด้วย แต่ถ้าที่ดินมีสาธารณูปโภคครบถ้วนก็จะทำให้ที่ดินขายได้ง่ายและราคาดีเช่นกัน ดังนั้นเรื่องนี้ก็ต้องค่อยๆ พิจารณาชั่งน้ำหนักให้ดีว่าเราจะเลือกแบบไหนและราคาตรงไหนที่จะเหมาะสมที่จะลงทุน แต่อย่างน้อยที่สุดสำหรับการทำงานเพาะปลูกที่ดินนั้นก็ควรจะมีถนนเข้าออกได้สะดวก ไม่เป็นที่ตาบอดครับ
  6. ใกล้แหล่งรับซื้อผลผลิต พิจารณาดูว่าแถวๆ นั้นชาวบ้านเขาปลูกอะไรและที่ดินที่เราจะซื้อนั้นห่างจากแหล่งรับซื้อผลผลิตเหล่านั้นหรือไม่ เพราะเมื่อเราเข้าไปพัฒนาพื้นที่แล้วต้นทุนค่าขนส่งก็เป็นค่าใช้จ่ายหลักอย่างหนึ่งในการทำงาน ดังนั้นถ้าเราเลือกที่ดินที่ใกล้แหล่งรับซื้อผลผลิตตั้งแต่แรก จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ในระยะยาวครับ
  7. ที่ดินนั้นสามารถทำประโยชน์ได้หรือไม่ โดยไปตรวจดูพื้นที่ว่าเดิมก่อนที่จะขายให้เราเขาทำการเพาะปลูกอะไร ได้ผลผลิตมากน้อยแค่ไหน เพราะที่ดินบางผืนนั้นราคาถูกมากแต่ซื้อมาแล้วไม่สามารถที่จะทำประโยชน์ได้เช่นดินเป็นเกลือ หรือพื้นที่มีแต่หินเต็มไปหมดยากแก่การทำงาน หรือเป็นป่าซึ่งเราจะต้องใช้เครื่องจักรหนักไปรื้อถอน การพัฒนาที่ดินลักษณะนี้ถึงแม้จะพัฒนาได้ในที่สุดแต่ก็จะเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลามาก อาจจะไม่คุ้มค่าในการลงทุน
  8. เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อและไม่สำคัญแต่สำหรับผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากครับ คือว่าเจ้าที่ตรงนั้นเขายินดีต้อนรับเรารึป่าว...5555 เรื่องนี้ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่นะคร้าบ ถ้าเจ้าที่ยินดีต้อนรับเรา การทำงานก็จะง่าย ที่ดินก็จะมีกำไรงอกงามอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเจ้าที่ไม่ต้อนรับทำให้ตายก็ไม่ค่อยเจริญครับ แถมยังต้องมานั่งแก้ปัญหาหน้างานจุกจิกทุกวันเหนื่อยตายพอดีครับ ส่วนจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าที่เขายินดีต้อนรับเรารึป่าว อันนี้ต้องหาคนไปคุยกับเจ้าที่เอาเองนะครับ แต่ไม่ต้องมาชวนผมนะครับ ผมก็ทำไม่เป็น ผมคุยกับเจ้าที่ไม่เป็นแต่ผมคุยกับคุณลุงเป็นครับ ถ้าคุณลุงบอกว่าที่ตรงนี้ดีมีทรัพย์ผมก็ซื้อ ตรงไหนที่ไม่มีทรัพย์ก็ไม่ซื้อครับ บางทีคุณลุงก็บอกก่อนจะไปดูที่ บางทีไปถึงที่แล้วคุณลุงก็จะเดินไปพึมพัมๆ คนเดียวซักพักก็กลับมาบอกให้ครับ เอ่อ... ถ้าบทความนี้ลงเว็บเมื่อไหร่แล้วคุณลุงไม่มีเวลาอยู่บ้านเลย ผมไม่เกี่ยวนะครับ.... คุณป้า ผมไม่ได้บอกนะครับว่าคุณลุงคุยกับเจ้าที่ได้ ไม่ได้บอกนะครับ ไม่ได้บอกใครเลย แค่บอกว่าผมคุยกับคุณลุง ถ้าคุณลุงให้ซื้อก็ซื้อ พอซื้อทีไรที่ตรงนั้นก็ขึ้นทุกทีแค่นั้นเอง นี่แหละครับคนที่เซียนเรียกว่าอาจารย์...5555 โดยส่วนตัวผมว่าคุณลุงดูเรื่องนี้เก่งกว่าดูหุ้นซะอีกน่ะครับ  
ทั้งหมดนี้ก็เป็นหลักการกว้างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อทำการเกษตร ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่จะต้องค่อยๆ ศึกษาและพิจารณานะครับ เช่นว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่เขามาเสนอขายนั้นเป็นของจริงรึเปล่า... เป็นแปลงเดียวกับที่เขาพาเราไปดูรึเปล่า.... พื้นที่ครบถ้วนตามหน้าเอกสารไหม... ราคาที่นายหน้าเสนอมานั้นเป็นราคาที่ซื้อขายจริงรึเปล่า ฯลฯ เรื่องมันยังมีอีกเยอะมากครับ แต่โม้มามากแล้วเอาแค่นี้ก่อนละกันนะครับ คราวหน้าค่อยมาเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆ นะครับ





WIT ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ สวัสดี

เรื่องแนะนำ   หนุ่มอังกฤษมาร์ติน วีลเลอร์กับปรัชญาพอเพียง

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

20 รหัสผ่านที่คนใช้มากที่สุด



รหัสผ่าน คือ สายอักขระหรือคำที่เป็นความลับ ที่ใช้สำหรับยืนยันตัว พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ หรือเข้าถึงแหล่งข้อมูล รหัสผ่านควรจะเก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าถึงได้ ซึ่งอาจจะเป็นคำที่ไม่มีอยู่จริง เป็นคำที่ยากต่อการเดา หรือจะนำคำหลายคำมารวมกัน


อะดอบี้ (Adobe)ผู้ผลิตโปรแกรมชั้นนำของโลกได้เปิดเผยรหัสผ่านที่ง่ายเกินไปและคาดเดาได้ไม่ยาก ซึ่งหวั่นอาจะให้เกิดการขโมยข้อมูลได้
โดยผลการสำรวจจากฐานลูกค้าของ Adobe พบว่ามีรหัสผ่าน 123456 ผู้ใช้งานมากถึง 1.9ล้านคน เนื่องจากเป็นรหัสที่สะดวกต่อการจำและง่าย แต่ทั้งนี้มันก็เป็นรหัสที่ผู้เจาะข้อมูลใช้เจาะเป็นอันดับแรกด้วย ซึ่งมีอีก 20 รหัสที่คนใช้มากที่สุดและเอื้อให้เกิดการขโมยข้อมูลมากที่สุดดังต่อไปนี้
1) 123456
2) 123456789
3) password
4) adobe123
5) 12345678
6) qwerty
7) 1234567
8) 111111
9) photoshop
10) 123123
11) 1234567890
12) 000000
13) abc123
14) 1234
15) adobe1
16) macromedia
17) azertyแ
18) iloveyou
19) aaaaaa
20) 654321

สรุปว่าควรหลีกหาก รหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่ายเพื่อป้องกันมีผู้ไม่หวังดีเจาะเข้าไปนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบมิจฉาชีพและผู้ตั้งรหัสผ่านก็อาจเดือดร้อน